3 สิ่งสำคัญที่ห้ามมองข้ามหลังจากการสร้างแบรนด์

480 จำนวนผู้เข้าชม  | 

3 สิ่งสำคัญที่ห้ามมองข้ามหลังจากการสร้างแบรนด์

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีแบรนด์เป็นของตนเอง และอยากทำให้แบรนด์ประสบความสำเร็จ นอกจากการศึกษาและทำความเข้าใจเรื่องคุณภาพสินค้า ราคาสินค้า ช่องทางจำหน่ายสินค้า และกลยุทธ์การตลาด ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการทุกท่านควรรู้อยู่แล้ว เราก็ไม่ควรมองข้ามรายละเอียดปลีกย่อยที่มีความสำคัญไม่แพ้กันอย่าง เรื่องการคำนวณของภาษีเงินได้ การใส่รายละเอียดบนบรรจุภัณฑ์ ตลอดจนการสร้างความน่าเชื่อถือให้สินค้า เพราะว่าสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นองค์ประกอบที่ทำให้แบรนด์ประสบความสำเร็จทั้งสิ้น

 

1. จดทะเบียนบริษัทฯ ประโยชน์ในการคิดภาษี
“รายได้ไม่ถึง 300,000 บาท ต่อปี ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล” ผู้ประกอบการหลายท่านที่เริ่มสร้างแบรนด์ อาจมองว่าการเสียภาษีในรูปแบบนิติบุคคลเป็นเรื่องไกลตัว เพราะต้องจดทะเบียนเป็นบริษัทก่อน ถึงจะชำระภาษีเป็นนิติบุคคลได้ หลายคนจึงเลือกที่จะดำเนินธุรกิจในรูปแบบบุคคลธรรมดา แต่เมื่อลองเปรียบเทียบอัตราภาษีจะพบว่า ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดามีอัตราเพดานภาษีสูงสุดถึง 35% ของรายได้สุทธิ ในขณะที่ภาษีแบบนิติบุคคลเรียกชำระภาษีสูงสุด 20 % ต่อปีเท่านั้น และหากผู้ประกอบการมีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท และรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี จะได้รับสิทธิพิเศษ คิดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับธุรกิจ SME ซึ่งจะได้รับการยกเว้นภาษีกรณีที่มีรายได้สุทธิไม่ถึง 300,000 บาทต่อปี และรายได้ไม่เกิน 3,000,000 บาทต่อปี เสียอัตราภาษีเพียง 15 %  ซึ่งจะเสียน้อยกว่าภาษีเงินได้นิติบุคคลที่คิดอัตรา 20 % และภาษีบุคคลธรรมดาที่คิด 30% ของรายได้สุทธิต่อปี

 

2. รายละเอียดบนบรรจุภัณฑ์สำคัญอย่างไร 
นอกจากการคำนวณภาษีแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ผู้ประกอบการไม่ควรมองข้าม หลังการสร้างแบรนด์ คือ ขั้นตอนการสกรีนกล่องและแพคเกจ ซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นขั้นตอนที่สำคัญอย่างมากขั้นตอนหนึ่ง เนื่องจากการสกรีนกล่องและแพคเกจนั้น เป็นขั้นตอนที่อาจจะต้องใช้ต้นทุนค่อนข้างสูง จากการที่ต้องสกรีนลงบนผลิตภัณฑ์จำนวนมาก ดังนั้น การเตรียมข้อมูลและรายละเอียดที่ต้องการสกรีนลงบนตัวสินค้า หรือกล่องบรรจุ จึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะหากมีการใส่รายละเอียดข้อมูลตกหล่น ไม่ครบถ้วน ก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการสกรีนใหม่ เป็นการเพิ่มต้นทุนสินค้าโดยไม่จำเป็น ทั้งนี้ ในการสร้างผลิตภัณฑ์ ข้อมูลบางอย่างถือเป็นข้อมูลที่สำคัญ และเป็นข้อบังคับที่ ผู้ประกอบการจะต้องพิมพ์เป็นข้อมูลให้กับผู้บริโภครับทราบ เช่น เลข อย. สินค้า ซึ่งหากไม่มีถือเป็นสิ่งผิดกฎหมายและไม่สามารถจำหน่ายสินค้าได้

การเช็ครายละเอียดบรรจุภัณฑ์ว่าถูกต้อง ครบถ้วนหรือไม่ มีดังนี้
1. ชื่อแบรนด์และชื่อผลิตภัณฑ์ ที่ผ่านการจดทะเบียนกับทาง อย.
2. รายละเอียดข้อมูลตัวสินค้า เช่น ประเภทสินค้า สรรพคุณ วิธีการใช้ และปริมาณบรรจุ
3. ระบุส่วนประกอบหรือวัตถุดิบที่สำคัญ เช่น Ingredient
4. ผลิตและจัดจำหน่ายโดยใคร ให้ระบุชื่อและสถานที่ผลิตสินค้า และผู้จัดจำหน่าย
5. ใส่วันเดือนปีที่ผลิต ครั้งที่ผลิต และวันหมดอายุ
6. เอกสารรับรองผลิตภัณฑ์ เช่น เลข อย. เลข มอก. และใบรับจดแจ้งเลขที่สินค้า

 

3. สร้างตัวตน เพิ่มความน่าเชื่อถือ
ในทุกวันนี้ตลาดเครื่องสำอางไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง และรั้งอันดับเบอร์หนึ่งในด้านผู้ผลิตและส่งออกเครื่องสำอางของอาเซียน  ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่าเป็นธุรกิจที่เติบโตเร็ว อยู่ในกระแสของสังคม จึงทำให้มีคนทำแบรนด์เครื่องสำอางกันมากยิ่งขึ้น แต่อย่างไรก็ตามแบรนด์ความงามจำนวนไม่น้อยที่ขายอยู่ในท้องตลาด ยังสอบไม่ผ่านเรื่องของคุณภาพและมาตรฐานความปลอดภัย เช่น มีสารเคมีอันตราย ผลิตจากโรงงานที่ไม่มีมาตรฐานรับรอง แต่ฉวยโอกาสลักลอบจำหน่ายสินค้าแบบผิดกฎหมาย ทำให้ผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าไปใช้เกิดอันตราย เหมือนในกระแสข่าวที่เราเห็นบ่อยๆว่า เครื่องสำอางปลอมระบาด, บุกทลายโรงงานครีมเถื่อน, หน้าพังเพราะครีมผสมสเตียรอยด์ สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้ภาพลักษณ์ของเครื่องสำอางแบรนด์ใหม่ ดูไม่ดีในสายตาของผู้บริโภค

      ไม่พลาดข่าวสารดีๆ สอนเทคนิคออนไลน์ กดติดตามไว้นะคะ และถ้าคุณอยากแชร์ความรู้ ให้เพื่อนของคุณ อย่าลืมกดแชร์ให้เราด้วยนะคะ
             สนใจปรึกษาการสร้างแบรนด์ได้ฟรี ได้ที่ http://m.me/OneStopBrandingTH

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้